10 เนื้อหาที่เข้าชมล่าสุด.



สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า“ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”

 

ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะนั้นเป็นระยะเวลาที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีสุรนาถ มีพระยศเป็นพันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร และทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องทรงลาออกจากราชการทหาร ด้วยรัฐบาลแต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัว ซึ่งขณะนั้นมีครรภ์ใกล้กำหนดคลอด ยังคงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้ว จึงเดินทางตามไปสมทบ ส่วนหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์นั้น ได้มอบให้ เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาเป็นผู้ดูแลหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต้องอยู่ห่างไกลพระบิดาและมารดาตั้งแต่อายุเพียงน้อยนิด บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดกับพระบรมวงศานุวงศ์ตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับพระนัดดาตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปสงขลาด้วย

 

ปลายปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการ เสด็จฯ กลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหม่อมราชวงศ์บุษบา บุตรีคนเล็ก ซึ่งกำเนิดที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ทรงรับหม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ บุตรคนรองกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จากหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่ร่วมกัน ณ ตำหนักที่ ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา


P0005_0018_01

ที่มา: http://queen9.ohm.go.th


การศึกษา


หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช ๒๔๗๙ แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อย ๆ ทำให้การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ ถนนสามเสน เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในชั้นประถมและมัธยม เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เริ่มเรียนเปียโนที่โรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ และตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง



พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส


พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นิวัติประเทศไทย เพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และได้เข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๓ ณ วังสระปทุม สมเด็จพระสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (พระราชมารดาของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ทรงเป็นประธาน พระราชทานน้ำพระพุทธมนต์



พระราชกรณียกิจ

 ตลอดระยะเวลาแห่งการดำรงพระอิสริยยศ "พระราชินีจนถึง "สมเด็จพระบรมราชินีนาถได้ทรงปฏิบัติภารกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งในฐานะ "พระผู้เป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย" และในฐานะ "คู่บุญคู่พระราชหฤทัย" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อานาประชาราษฏร์ ทั้งโดยเสด็จกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เอง ไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบท ทั่วทุกภูมิภาค แม้ตรากตรำพระวรกาย เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนในปัจจุบัน ก็มิได้ย่อท้อ




จำนวนทั้งหมด 3 รายการ , แสดงรายการหน้าที่ 1/1
1