พระบิดาแห่งการโคนมไทย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงพระเยาว์ เสด็จฯ พร้อม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ไปทอดพระเนตรโรงงานออร์เบอร์ ผลิตนมข้นหวานที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ถึงวันที่ ๑๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสประเทศต่าง ๆ ในยุโรปอย่างเป็นทางการเริ่มจากประเทศอังกฤษ เยอรมันนี โปรตุเกส สวิสเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน อิตาลี สำนักวาติกัน เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ และสเปน การเสด็จฯ เยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีกระแสพระราชดำรัสลาแก่ประชาชนชาวไทยว่า บัดนี้ ถึงกำหนดที่ข้าพเจ้าและพระราชินีจะไปประเทศเหล่านั้น พรุ่งนี้จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังสหรัฐอเมริกาก่อน และจะไปประเทศอื่นในยุโรปอีก ๑๓ ประเทศ ถ้าจะนับสำนักวาติกันด้วยก็เป็น ๑๔ ประเทศด้วยกัน การไปต่างประเทศนี้ถือเป็นราชการแผ่นดิน เป็นการทำตามหน้าที่ของข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นพระประมุขของประเทศในการไปเยือนประเทศต่าง ๆ ข้าพเจ้าก็จะแสดงต่อประชาชนของประเทศเหล่านั้นว่า ประชาชนชาวไทยมีมิตรจิตมิตรใจต่อเขา และข้าพเจ้าก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ฝ่ายเขารู้จักเมืองไทยและให้เกิดน้ำใจดี ต่อชาวไทย ข้าพเจ้าขอลาท่านไปราวหกเดือน”


วันอังคารที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงท่าอากาศยาน Kastrup กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก พระเจ้าเฟรดเดอริคที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระราชินีอินกริดและพระราชวงศ์เดนมาร์กไปทรงต้อนรับ ทรงแนะนำผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จโดยทั่วกัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชวัง Fredensborg ที่จัดไว้เป็นที่ประทับและตอนค่ำมีงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ณ พระราชวังแห่งนี้ การที่พระเจ้าเฟรดเดอริคที่ ๙ ได้ทรงจัดพระราชวัง Fredensborg ถวายเป็นที่ประทับ ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะได้มาประทับ ณ ที่แห่งเดียวกัน เพราะว่าในเดือนกันยายนของทุกปี พระองค์และพระราชินีจะทรงย้ายที่ประทับจากกรุงโคเปนเฮเกนมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้

ณ ประเทศเดนมาร์ก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการฟาร์มโคนมของชาวเดนมาร์กเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและเป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป

หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จนิวัตประเทศไทยแล้ว รัฐบาลและประชาชนชาวเดนมาร์กได้ทูลเกล้าถวายโครงการเลี้ยงโคนมแด่ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ โดยส่งผู้เชี่ยวชาญชาวเดนมาร์กให้มาทำการศึกษาความเป็นไปได้ของการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยระหว่าง วันที่ ๑๒-๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕ (ค.ศ. ๑๙๖๒) พระเจ้าเฟรดเดอริคที่ ๙ และ พระราชินีอินกริดเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการถึงท่าอากาศยานดอนเมือง

และในปีเดียวกัน บริษัท เอส.อาร์. จำกัด ได้น้อมเกล้าฯ ถวายลูกโคพันธุ์เรดเดน จำนวน ๔ ตัว เป็นเพศผู้ ๑ ตัว เพศเมีย ๑ ตัว และโคสาวตั้งท้องอีก ๒ ตัว และกรมปศุสัตว์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายโคสาวตั้งท้องอีก ๒ ตัว พันธ์บราวน์สวิส และลูกผสมเรดชินดิ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๓๒,๘๘๖.๗๓ บาท เพื่อใช้ในการดำเนินการจัดสร้างโรงโคนมในบริเวณพระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน และเสด็จฯ เปิด “โรงโคนมสวนจิตรลดา" เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งได้พระราชทานพระราโชบายสำหรับโรงโคนมสวนจิตรลดาไว้ ๔ ประการ คือ

๑. ส่งเสริมและเผยแพร่การเลี้ยงโคนมโดยสาธิตการดำเนินงานให้เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรเพื่อสามารถที่จะนำเอาวิธีการดังกล่าวไปดำเนินการเองได้ภายในครอบ ครัว

๒. เพื่อค้นคว้า ทดลอง หาวิชาการแผนใหม่เกี่ยวกับโคนม และทำการเผยแพร่ความรู้ไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพื่อปรับปรุงวิธีการให้ถูกต้องและเหมาะสม

๓. เพื่อทำการคัดเลือกและปรับปรุงพันธ์โคนมที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศของประเทศไทย

๔. เพื่อส่งเสริมให้มีการบริโภคนมสดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

 

 

 

 

เมื่อโคสาวที่ตั้งท้องอยู่ตกลูกจึงเริ่มทำการรีดนม น้ำนมที่เหลือจากการแบ่งให้ลูกโคกินแล้ว จะนำมาใส่ขวดแก้วจำหน่ายให้แก่ข้าราชบริพาร ส่วนโคตัวผู้จะพระราชทานให้กรมปศุสัตว์ไปเลี้ยงเป็นพ่อพันธุ์ต่อไป เมื่อจำนวนโคนมเพิ่มขึ้นจากแม่โคที่ให้ลูกทุกปี และมีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายเพิ่มเติม ทำให้สามารถผลิตน้ำนมสดออกจำหน่วยแก่บุคคลภายนอกและโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงได้ เมื่อมีกำไรสะสมมากขึ้น จึงได้ขยายงานออกไปตามลำดับ ทั้งในด้านการผลิตน้ำนม การตรวจสอบคุณภาพของนม และการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรเพื่อเป็นอาชีพใหม่ เมื่อเกษตรกรเดือดร้อนในเรื่องหญ้าสำหรับเลี้ยงโคนม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สาธิตการปลูกนาหญ้าขึ้นในสวนจิตรลดา โดยใช้ท่อนพันธุ์หญ้าขนปักดำคล้ายการดำนา ซึ่งเป็นวิธีที่เกษตรกรรู้จักกันเป็นอย่างดีและสามารถนำวิธีการนี้ไปปฏิบัติได้เอง และได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรการสาธิตการปักดำหญ้า นับเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชประสงค์ให้การดำเนินงานของโรงโคนมสวนจิตรลดาเพื่อเป็นการสาธิตและเป็นตัวอย่าง จึงจำกัดจำนวนโคนมที่เลี้ยงไว้ประมาณ ๔๐ ตัวโดยเป็นแม่โครีดนมประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือเป็นลูกโค โคนมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ลูกผสมโฮลสไตน์-ปรีส์ เชี่ยน ขาวดำ (Holstein-Friesian) โดยเป็นลูกโคที่เกิดในโรงโคนมเอง และได้รับน้อมเหล้าฯ ถวาย จากสถาบันหน่วยงานราชการ สำหรับลูกโคเพศผู้เมื่อหย่านมแล้วจะคัดเป็นโคพระราชทานให้เป็นพ่อพันธุ์แก่เกษตรกร หรือสถาบันการศึกษาที่สนใจที่ทำหนังสือขอรับพระราชทาน ส่วนแม่โคที่คัดออกจะพระราชทานแก่ผู้ที่สนใจเช่นกัน

นอกจากนี้ โรงโคนมสวนจิตรลดายังมีการทำทะเบียนประวัติโคนม บันทึกปริมาณน้ำนมเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานและสถิติในการศึกษาวิจัยต่อไปด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อให้เกษตรกรโคนมมีวิธีเลี้ยงโคนมที่เหมาะสมในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ให้คนไทยมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ได้บริโภคนมกันอย่างทั่วถึง ซึ่งโรงโคนมแห่งนี้ มีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร ทั้งในเรื่องของวิชาการและวิธีการเลี้ยง เกษตรกรโคนมที่ได้มีโอกาสเข้าศึกษาเรียนรู้วิธีการเลี้ยงโคนม ตลอดจนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ จะสามารถนำกลับไปใช้และพัฒนาต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะที่นี่มีทั้งนักวิชาการจากกรมปศุสัตว์ รวมทั้งหน่วยงานเอกชนที่ให้การสนับสนุน ให้คำปรึกษาในการปรับปรุงและพัฒนาวิธีการเลี้ยงโคนม ซึ่งทางโรงโคนมสวนจิตรลดามีความยินดีที่จะเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ ให้ประชาชนผู้มีความสนใจทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ เข้ามาทดลองฝึกงานจริงได้ ซึ่งการเลี้ยงโคนมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นให้ต้องแก้ไขกันอยู่เป็นประจำ แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ไม่ทรงย่อท้อ แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรว่าประเทศไทยสามารถเลี้ยงโคนมได้

 

ในปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้รวมกลุ่มกันดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์ ตามแนวพระราชดำริเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทำให้ผลิตน้ำนมดิบได้มากกว่าร้อยละ ๘๕ ของผลผลิตทั้งประเทศ ยังส่งผลในวงกว้างในการผลักดันให้รัฐบาลและภาคเอกชนดำเนินการส่งเสริมการทำฟาร์มโคนม และเกิดการแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมนมครบวงจร จนกระทั้งเกิดการผลักดันของภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรในการรณรงค์การบริโภคนม ทั้งในภาคการศึกษาของรัฐและตลาดผู้บริโภคทั่วไป จนทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและการบริโภคนมของประชากร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้ำค่าที่สุด

 

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถ พระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อกิจการโคนมไทยดังกล่าว จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาว่าพระบิดาแห่งการโคนมไทย



 

ที่มา :

http://www.dpo.go.th/พระบิดาแห่งการโคนมไทย-2

http://www.ryt9.com/s/tpd/2535098