พระบรมราชสัญลักษณ์ 9 รัชกาล

พระบรมราชสัญลักษณ์ทั้ง ๙ รัชกาลนี้ ประดิษฐานบนบุษบก แต่เดิมเรียกว่า "บุษบกตราแผ่นดิน" นั้น มี ๓ บุษบก ตั้งอยู่บนไพธี ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพระมณฑป ๑ ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ๑ และด้านตะวันตกเฉียงใต้ ๑


พระบุษบกทั้ง ๓ องค์ ตั้งอยู่บนฐานหินอ่อนรูปสี่เหลี่ยม รอบฐานทั้ง ๔ ด้าน มีรูปช้างที่สำคัญที่คู่พระบุญญาธิการของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาล แสดงให้เห็นว่าในรัชกาลใด ทรงได้ช้างสำคัญคู่พระบารมีกี่เชือกด้วย

 

บุษบกทั้ง ๓ องค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นเครื่องแสดงถึงพระบรมราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๕ รัชกาล จึงได้ทรงสร้างพระบรมราชสัญลักษณ์ของพระองค์ไว้เป็นพุทธบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

  • บนพระบุษบกองค์ตะวันตกเฉียงเหนือ ประดิษฐานพระบรมราชสัญลักษณ์ ๓ รัชกาล ดังนี้
    • พระบรมราชสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑ เป็นรูปมงกุฎ ไม่มีพระจอน ซึ่งหมายถึงว่าพระองค์ทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และอีกประการหนึ่ง ก่อนขึ้นเถลิงราชสมบัติก็ทรงมีบรรดาศักดิ์เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกด้วย จึงได้มีการเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎซึ่งเป็นอาภรณ์สำหรับกษัตริย์ ถวายเป็นพระบรมราชสัญญลักษณ์เพื่อให้เหมาะกับบรรดาศักดิ์ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ และสมกับที่พระองค์ทรงเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ในกาลต่อมาด้วย
    • พระบรมราชสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๒ เป็นรูปพระยาครุฑจับนาค กล่าวกันว่า เพราะพระนามเดิมคือ “ฉิม” อันวิมานฉิมพลีนั้นเป็นวิมานแห่งพระยาครุฑอันทรงอาณุภาพ จึงทรงใช้รูปพระยาครุฑจับนาคเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล

                                       

    • พระบรมราชสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เป็นรูปพระวิมาน กล่าวกันว่าเพราะพระนามเดิมคือ “ทับ” ซึ่งหมายถึงที่อยู่ จึงทรงใช้รูปพระวิมานเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ และเป็นพระบรมราชลัญจกร

                                       

  • บนพระบุษบกองค์ตะวันตกเฉียงใต้ ประดิษฐานพระบรมราชสัญลักษณ์ ๒ รัชกาล ดังนี้
    • พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เป็นรูปพระมหามงกุฎ เพราะพระนามเดิมของพระองค์คือ “เจ้าฟ้ามงกุฎสมมุติเทวาวงศ์” จึงใช้ตรามงกุฎเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ และพระบรมราชลัญจกรประจำรัชกาล แต่รูปมงกุฎผิดแผกกับมงกุฎรัชกาลที่ ๑ ด้วยเป็นพระมงกุฎที่มีพระจอนประกอบด้วย

                                      

    • พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นรูปพระจุลมงกุฎ (หรือพระเกี้ยว) เพราะพระนามเดิมคือ "เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์" ซึ่งหมายถึงเครื่องประดับเกล้าชนิดหนึ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระเกี้ยวเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ และเป็นพระบรมราชลัญจกรประจำรัชกาล

                                       

  • พระบรมราชสัญลักณ์รัชกาลที่ ๖, ๗, ๘, และ ๙ โปรดเกล้าให้สร้างเพิ่มขึ้นใหม่ เมื่อฉลองครบ ๒๐๐ ปีรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๕๒๕

    • พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เรียกว่า พระราชลัญจกรพระวชิระ เป็นรูปวชิราวุธ ยอดรัศมีประดิษฐ์บนพานแว่นฟ้าตั้งอยู่เหนือตั่ง มีฉัตรกลีบบัวตั้งอยู่สองข้าง เป็นสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธย "วชิราวุธ" ซึ่งหมายถึง ศาสตราวุธของพระอินทร์

                                       

    • พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เรียกว่า พระราชลัญจกรพระแสงศร เป็นรูปพระแสงศร ๓ องค์ คือ พระแสงศรพรหมาสตร์ พระแสงศรประลัยวาต พระแสงศรอัคนีวาต เหนือราวพาดพระแสงเป็นดวงตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องซ้ายและเบื้องขวาของราวพาดพระแสงตั้งบังแทรก สอดแทรกด้วยลายกนกอยู่บนพื้นตอนบนของดวงตรา พระแสงศร ๓ องค์นี้ เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธยว่า "ประชาธิปกศักดิเดชน์" ซึ่งมาจากความหมายของศัพท์คำสุดท้ายของวรรคที่ว่า "เดชน์" แปลว่า ลูกศร

                                      

    • พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ เป็นรูปพระโพธิสัตว์ ประทับบนบัลลังก์ดอกบัว ห้อยพระบาทขวาเหนือบัวบาน หมายถึงแผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูม และมีเรือนแก้วด้านหลังแทนรัศมี มีแท่นรองรับตั้งฉัตรบริวารทั้งสองข้าง เป็นพระราชสัญลักษณ์ของบรมนามาภิไธยว่า "อานันทมหิดล" ซึ่งแปลความว่า เป็นที่ยินดีของแผ่นดิน เพราะพระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ใน ระบอบประชาธิปไตย ด้วยความยินดีของอเนกนิกรชาวไทย ประหนึ่งพระโพธิสัตว์เสด็จมาประทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ทวยราษฎร์ทั้งมวล

                                       

    • พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เป็นรูปพระที่นั่งอัฐทิศ ประกอบด้วยวงจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็น "อุ" หรือ "เลข ๙" รอบวงจักรมีรัศมีเปล่งออกโดยรอบ เหนือจักรเป็นรูปเศวตฉัตร ๗ ชั้น ฉัตรตั้งอยู่บนพระที่นั่งอัฐทิศ แปลความหมายว่า ทรงมีพระบรมเดชานุภาพในแผ่นดิน โดยที่วันบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี ได้เสด็จประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศ สมาชิกรัฐสภาถวายน้ำอภิเษกจากทิศทั้ง ๘ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยทรงรับน้ำอภิเษกจากสมาชิกรัฐสภา แทนที่จะรับจากราชบัณฑิตดั่งในรัชกาลก่อน