อัครศิลปิน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระอัจฉริยภาพในศิลปะด้านต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” แด่พระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิต

 

พระราชสมัญญา อัครศิลปิน แปลตามศัพท์ว่า ผู้มีศิลปะอันเลอเลิศ หรือ ผู้เป็นใหญ่ในศิลปิน พระองค์ทรงเป็นเลิศในศิลปะทั้งมวล ทรงได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณทั้งจากพสกนิกรและศิลปินทั่วโลกในพระปรีชาสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทรงเป็นเอตทัคคะในศิลปะหลายสาขา อาทิ


ด้านจิตรกรรม

จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ มีจำนวนถึง ๔๗ ภาพ สามารถจำแนกได้ใน ๓ ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ภาพเหมือนจริง (realistic) เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (expressionism) และศิลปะแบบนามธรรม (abstractionism)

 

 

 


ด้านประติมากรรม

ประติมากรรมฝีพระหัตถ์เป็นประติมากรรมลอยตัว (round relief) ได้แก่ รูปปั้นดินน้ำมันเป็นรูปผู้หญิงเปลือยนั่งคุกเข่า และพระรูปปั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการสร้างพระพุทธรูปเป็นอย่างยิ่ง โปรดให้แนวพระราชดำริแก่ช่างปั้นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม มีลักษณะเข้มแข็งแต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ดูมีพระเมตตาสงบและเยือกเย็นสุขุม และได้ทรงทดลองหล่อพระพุทธนวราชบพิตร เพื่อพระราชทานไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักร

ด้านการถ่ายภาพ

ทรงสนพระราชหฤทัยในการถ่ายภาพมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงฝึกฝนด้วยพระองค์เองจนทรงเป็นนักถ่ายรูปผู้มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ทรงสนพระราชหฤทัยที่จะคิดค้นหาเทคนิคใหม่ ๆ ในการถ่ายภาพอยู่เสมอ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ส่วนใหญ่เป็นภาพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และภาพถ่ายสถานที่ที่พระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎร เป็นต้น


ด้านหัตถศิลป์

ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง เช่น เครื่องร่อน และเรือรบจำลอง เป็นต้น โปรดที่จะต่อเรือใบฝีพระหัตถ์ ที่สำคัญมี ๓ ประเภท ได้แก่ เรือใบประเภท เอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class) เรือใบประเภทโอเค (Internatinal OK Class) และเรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class)

 


ด้านดุริยางคศิลป์

ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงเครื่องดนตรีหลายชนิด โดยมีเครื่องดนตรีที่โปรดปรานเช่น แซกโซโฟน คลาริเน็ต และทรัมเป็ต นอกจากนี้ยังทรงกีตาร์และเปียโน โดยพระองค์ท่านได้ทรงดนตรีกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิ เบนนี่ กู๊ดแมน (Benny Goodman) ยอดนักคลาริเน็ตชื่อก้องโลก หลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) นักเป่าทรัมเป็ต เจ๊ก ทีการ์เดอร์ (Jack Teagarder) นักตีระนาดเหล็กสากล สแตน เก็ตส์ (Stan Getz) นักเป่าแซกโซโฟนชื่อดัง ทรงสนพระราชหฤทัยวิชาดนตรีอย่างจริงจังและทรงศึกษาอย่างลึกซึ้ง จนถึงการเขียนโน้ตและการบรรเลงแบบคลาสสิก


นอกจากนี้ ยังทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ถึง ๔๘ เพลง โดยบรรเลงในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ทั้งในลีลาของเพลงแจซซ์ คลาสสิก เพลงสมัยนิยม บทเพลงขับร้อง บทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกคือ แสงเทียนในขณะที่มีพระชนมายุเพียง ๑๔ พรรษา บทเพลงพระราชนิพนธ์นั้นมีเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองก่อนและใส่เนื้อร้อง ภาษาอังกฤษภายหลัง ๕ เพลง คือ แว่ว (Echo) ในดวงใจนิรันดร์ (Still on my mind) เตือนใจ (Old Fashioned Melody) ไร้เดือน (No Moon) และเกาะในฝัน (Dream Island) ส่วนเพลงที่พระราชนิพนธ์คำร้องก่อน และใส่ทำนองภายหลัง คือ ความฝันอันสูงสุด และเราสู้ เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์เฉพาะทำนองเพลง และโปรดฯ ให้ผู้อื่นประพันธ์เนื้อเพลง มีทั้งสิ้น ๔๑ เพลง


ด้านวรรณศิลป์และวาทศิลป์

พระอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลป์จะเห็นได้จากผลงานพระราชนิพนธ์ซึ่งถึงแม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็เป็นผลงานที่แสดงทั้งความสนพระราชหฤทัยในเรื่องต่าง ๆ และพระปรีชาสามารถในการถ่ายทอดเรื่องนั้น ๆ ออกมาเป็นตัวอักษร พระราชนิพนธ์เล่มแรก ได้แก่ พระราชานุกิจรัชการที่ ๘ พระราชนิพนธ์แปล ได้แก่ นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และติโต นอกจากนี้ยังทรงเขียนบทความที่พระราชนิพนธ์แปลและเรียบเรียงอีกจำนวน ๑๐ บทความ


ด้านภูมิสถาปัตยกรรม

งานภูมิทัศน์และการออกแบบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นงานที่มักจะพระราชทานพระราชดำริ พระราชวินิจฉัย หรือพระราชประสงค์ให้คณะทำงานรับไปปฏิบัติ โดยมิได้ทรงปฏิบัติเองดังเช่นงานช่างกลุ่มอื่นๆ

 

ที่มา : http://pr.prd.go.th/nan/ewt_news.php?nid=2945&filename=index