ครูของแผ่นดิน

     

 

พระราชสมัญญา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กระทรวงศึกษาธิการถวายเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ด้วยทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งทรงมีพระปรีชาสามารถในสรรพวิทยาการด้านต่าง ๆ จนเป็นที่ประจักษ์แจ้งทั้งต่อพสกนิกรชาวไทยและในนานาอารยประเทศ ทรงประดิษฐ์คิดค้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ทรงค้นพบหลากหลายสาขา จากนั้นทรงเผยแพร่ความรู้ให้แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า และแก่มวลมนุษยชาติในลักษณะของครูมหาชนและของมวลมนุษยชน

 

ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัย วิชาการศึกษา ประสานมิตร เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๕

 

“...การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่งของมนุษย์ คนเราเมื่อเกิดมาก็ได้รับการสั่งสอนจากบิดามารดา อันเป็นความรู้เบื้องต้น เมื่อเจริญเติบใหญ่ขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของครูและอาจารย์สั่งสอนให้ได้รับวิชาความรู้สูง และอบรมจิตใจให้พร้อมด้วยคุณธรรม เพื่อจะได้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบไป...”

 

พระบรมราโชวาทที่อัญเชิญมานี้ แสดงให้เห็นถึงพระราชดำริที่เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา และทรงสะท้อนเป็นพระราชกรณียกิจนานัปการก่อประโยชน์สุขต่อพสกนิกรผ่านโครงการน้อยใหญ่หลายพันโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความผาสุก สิ่งที่พระองค์ทรงคิดและทรงปฏิบัติต่อพสกนิกร พระองค์จึงทรงเป็น “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” โดยแท้

 

การศึกษาในระบบโรงเรียน พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน thaihealth

ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนขึ้นสำหรับพระราชโอรสและพระราชธิดา บุตรข้าราชบริพารในพระราชวัง โดยเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมเรียนด้วย ทั้งนี้ พระองค์ยังทรงทราบถึงปัญหาการขาดแคลนที่เรียนของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล จึงมีพระราชดำริให้ทหารช่วยก่อสร้างโรงเรียน พระราชทานนามว่า “โรงเรียนร่มเกล้าฯ”

ขณะเดียวกัน ได้พระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อร่วมสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สำหรับชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ในดินแดนทุรกันดารห่างไกลการคมนาคม ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์” พระองค์ยังทรงเล็งเห็นถึงปัญหาของเยาวชนที่ครอบครัวประสบปัญหาเดือดร้อนจากสาธารณภัย ภัยธรรมชาติ จึงทรงพระเมตตารับอุปถัมภ์เยาวชนที่ขาดแคลน อันได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์และโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน

 

การศึกษานอกระบบโรงเรียน

สำหรับการศึกษาของประชาชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียน พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาสำหรับประชาชนที่อยู่ในชนบท ทรงริเริ่มตั้ง “ศาลารวมใจ” ตามหมู่บ้านชนบท เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นที่อ่านหนังสือ โดยพระราชทานหนังสือประเภทต่าง ๆ นอกจากนั้นมีพระราชดำริจัดทำโครงการพระดาบส หรือส่วนใหญ่เรียก “โรงเรียนพระดาบส” เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้ประชาชนที่มีใจรักวิชาการ ใฝ่หาความรู้ใส่ตนเอง แต่ไม่สามารถหาที่เรียนได้เข้าเรียน ครูผู้สอนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อาสาสมัคร โดยถือว่าการสอนวิชาความรู้ให้ศิษย์เป็นวิทยาทาน ไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ

 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นอกเหนือจากโรงเรียนพระดาบสแล้ว พระองค์ยังมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อเป็นศูนย์รวมของการศึกษาค้นคว้า ทดลองวิจัย และแสวงหาแนวทางและวิธีการพัฒนาด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าและให้ความรู้แก่ประชาชนผู้สนใจทุกหมู่เหล่า ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีทั้งหมด ๖ ศูนย์คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

 

โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือ และให้ความอุปถัมภ์ หรือทรงให้คำแนะนำ ทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนและพระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่ครูและนักเรียนเป็นประจำ เช่น โรงเรียนจิตรลดา, โรงเรียนราชวินิต, โรงเรียนวังไกลกังวล, โรงเรียนราชประชาสมาสัย, โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย, โรงเรียนเพื่อลูกหลานชนบท, โรงเรียนร่มเกล้า ฯลฯ

 

การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน thaihealth

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นปัญหาการขาดแคลนครูในท้องที่ชนบทห่างไกลเป็นปัญหาของการศึกษาไทย ที่มีมาตรฐานคุณภาพของแต่ละโรงเรียนแตกต่างกัน โรงเรียนเองก็ยังมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอ การศึกษามีความเหลื่อมล้ำ ซึ่งอาจจะเป็นเครื่องบั่นทอนความเจริญทางจิตใจและการพัฒนาของทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน ๕๐ ล้านบาท ถวายเป็นทุนประเดิมก่อตั้งเป็นมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้น เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๘ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาของชาติแผ่ขยายไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ และส่งเสริมการศึกษาทุกระดับมีมาตรฐานที่สูงขึ้น

 

ทุนพระราชทาน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยด้านการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทรงทราบดีว่าเด็กและเยาวชนไทยมิได้ขาดสติปัญญาที่จะเล่าเรียน แต่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ ทั้งทรงตระหนักถึงความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จำเป็นต้องส่งคนไปศึกษาและดูงานในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อนำความรู้มาเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งกองทุนการศึกษา ๑. ทุนมูลนิธิ “ภูมิพล”, ๒. ทุนมูลนิธิ “อานันทมหิดล”, ๓. ทุนเล่าเรียนหลวง, ๔. ทุนการศึกษาสงเคราะห์ในมูลนิธิราช-ประชานุเคราะห์, ๕. ทุนมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย, ๖. ทุนนวฤกษ์, ๗. ทุนการศึกษาพระราชทานแก่นักเรียนเฉพาะกรณี อาทิ ทุนพระราชทานแก่นักเรียนชาวเขา ทุนพระราชทานแก่นักเรียนเฉพาะสถานศึกษา และรางวัลพระราชทานแก่นักเรียนและโรงเรียนดีเด่น

 

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/Content/33552-พระผู้เป็นครูแห่งแผ่นดิน.html