สถานีวิจัยโครงการหลวง และศูนย์พัฒนาโครงการ

สถานีวิจัยโครงการหลวง

จากการที่พื้นที่โครงการหลวงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูง ที่มีระดับความสูงและสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน จึงเป็นผลให้พืชพรรณที่เหมาะสมสามารถเพาะปลูกได้แตกต่างกันออกไป และแตกต่างจากพื้นที่ราบทั่วไป ทำให้งานวิจัยเกษตรที่สูงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรกของโครงการหลวง ดังนั้นงานวิจัยจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนางานของมูลนิธิโครงการหลวง นับแต่ปี ๒๕๑๒ เป็นต้นมา และสถานีเกษตรหลวงและสถานีวิจัยโครงการหลวง ได้ถูกกำหนดให้เป็นฐานในการรองรับและสาธิต ผลิตและขยายพันธุ์ เป็นศูนย์ข้อมูลและบริการทางวิชาการ ตลอดจนเป็นสถานที่ฝึกอบรมเกษตรกร ฝึกงานนักศึกษา ที่ผลิตผลงานทางวิชาการออกสู่งานส่งเสริม ซึ่งนอกจากเป็นสถานที่ดำเนินงานวิจัยทางการเกษตรด้านต่าง ๆ แล้ว ในขณะเดียวกันได้ส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในหมู่บ้านรอบ ๆ สถานีเหล่านั้นด้วย ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี ได้คงความเป็นแหล่งวิชาการและเป็นผู้นำในงานพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยมีภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนบนพื้นที่สูง เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นแหล่งความรู้ทางวิชาการและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม



งานวิจัยแรกเป็นการวิจัยหาพืชหรือสัตว์ที่สามารถนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปประกอบอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่นและการเผาป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย และสามารถปลูกได้ดีในพื้นที่ที่อากาศหนาวเย็น ซึ่งเกษตรกรสามารถคัดสรรไปปลูกได้ตามความเหมาะสมของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความถนัดของตนเอง พืชที่วิจัยเหล่านี้ได้ถ่ายทอดต่อไปยังเกษตรกร และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ดังนั้นงานวิจัยของโครงการหลวง จึงสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเกษตรกรชาวเขาอย่างมากมาย จากการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย เปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืช เพื่อบริโภคในครัวเรือนและนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อเกษตรกรในโครงการหลวง เกษตรกรบนที่สูง และต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม 



จากปี ๒๕๑๒ จนถึงปี ๒๕๓๙ มีสถานีวิจัยก่อกำเนิดขึ้น เริ่มจากสถานเกษตรหลวงอ่างขาง ในปี ๒๕๑๒ สถานีเกษตรหลวงปางดะ เมื่อปี ๒๕๓๐ ซึ่งพัฒนามาจากหน่วยขยายพันธุ์พืชที่มีการปฏิบัติงานกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ ในปี ๒๕๒๒ และเปลี่ยนแปลงเป็นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ในปี ๒๕๕๐ และหน่วยวิจัยสายพันธุ์กาแฟอาราบีก้าต้านทานราสนิม ที่ดำเนินมาแต่ปี ๒๕๑๗ ก็ได้เข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการหลวง เมื่อปี ๒๕๒๗ และได้ชื่อว่าสถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด



โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
๑. พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนบนพื้นที่สูง
๒. การเป็นต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
๓. การเป็นแหล่งความรู้ทางวิชาการและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

สถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง ประกอบด้วย 

๑. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตำบลม่อนปิน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 เมตร

๒. สถานีวิจัยเกษตรหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,260-1,400 เมตร

๓. สถานีเกษตรหลวงปางดะ หมู่บ้านปางดะ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร

๔. สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 680 เมตร 

สถานีวิจัย ๔ แห่ง ของมูลนิธิโครงการหลวง มีบทบาทที่สำคัญในการรองรับและสนับสนุนงานโครงการวิจัยต่าง ๆ ของฝ่ายวิจัย เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชเมืองหนาวเพื่องานวิจัย ทดสอบ ทดลอง สาธิต ผลิต และขยายพันธุ์ เป็นศูนย์ข้อมูลและบริการทางวิชาการ ตลอดจนเป็นสถานที่ฝึกอบรมเกษตรกร ฝึกงานนักศึกษา ผลิตผลงานทางวิชาการออกไปสู่งานส่งเสริมอย่างกว้างขวาง การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบาย และการเจริญเติบโตของมูลนิธิฯ มาตลอดระยะเวลายาวนาน ยังคงเป็นแหล่งวิชาการ และการเป็นผู้นำในงานพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูง มีการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างการบริหารที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และมีภารกิจเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ บางสถานีฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการ และทางธรรมชาติที่สำคัญ



ศูนย์พัฒนาโครงการ



Image result for สถานีวิจัยโครงการหลวง และศูนย์พัฒนาโครงการ

มูลนิธิโครงการหลวงได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ๔ ด้าน คือ

๑. การดำเนินงานภายในศูนย์ฯ

๑.๑ การสาธิตการปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เกษตรกร และบุคคลภายนอก


๑.๒ การควบคุมคุณภาพผลผลิตของเกษตรกร


๑.๓ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการตลาด



๒. การพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร

๒.๑ การส่งเสริมอาชีพการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย


๒.๒ การส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตร เพื่อการใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและเป็นรายได้เสริม



๓. การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

๓.๑ สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อพึ่งตนเองในรูปแบบต่าง ๆ


๓.๒ สนับสนุนให้เกษตรกรมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบในการดูแลสิ่งสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ


๓.๓ การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ



๔. ประสานและร่วมมือกับภาคราชการและเอกชนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ

เพื่อประสานความร่วมมือกับภาคราชการ องค์กรส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ อาศัยกลไกของคณะทำงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ซึ่งมีผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเป็นประธาน คณะทำงานประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์การบริหารส่วนตำบลในท้องถิ่น


งานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงมีความก้าวหน้ามากขึ้นตามลำดับ ผลผลิตของเกษตรกรเป็นที่เชื่อถือของผู้บริโภค เกษตรกรมีชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น  ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูมาตามลำดับ และผลงานได้ขยายไปสู่ประชากรชาวไทยภูเขาและชาวไทยทั่วไป ทั้งในรูปแบบของการฝึกอบรม การศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและในระดับนานาชาติ





ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวง มีทั้งหมด ๓๘ แห่ง ในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคเหนือ มีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และสิ่งใหม่ ๆ ไปพัฒนาชุมชนชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงให้ก้าวหน้าและยั่งยืน และมีความพร้อมที่จะเป็นฐานการเรียนรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย รวมทั้งยินดีที่จะให้ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชุมชนบนพื้นที่สูงของนานาประเทศ ตามคำขวัญของโครงการหลวงที่ว่า



"โครงการหลวง ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก"

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ทั้งหมด ๓๘ แห่ง ประกอบด้วย



ที่มา: 
http://www.royalprojectthailand.com/station

http://www.royalprojectthailand.com/dev-center