๓. พระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความสุขของปวงชนชาวไทย โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยากหรือลำบากพระวรกาย และจากการเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นชนบทต่าง ๆ ได้ทรงตระหนักดีว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากให้กับราษฎรในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้กับกรมชลประทานในการพัฒนาแหล่งน้ำ ศึกษาวางแผน และก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกเหนือจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ที่กรมชลประทานได้ดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้แล้ว เพื่อช่วยให้ราษฎรได้มีชีวิต และสถานภาพความเป็นอยู่ที่สุขสบายทัดเทียมกัน

 

สำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำที่กรมชลประทานดำเนินการสนองพระราชดำริ จำแนกออกเป็น ๖ ประเภท คือ งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคอุตสาหกรรม ฯลฯ งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิดกระแสไฟฟ้า งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำลำธาร งานป้องกันและบรรเทาน้ำท่วม งานระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม และงานแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ

 

จนถึงปัจจุบัน มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วกว่าพันโครงการทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถอำนวยประโยชน์มหาศาลให้เกิดกับราษฎรและประเทศชาติ ดังเช่น โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

ความเป็นมา

 

การพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักได้เริ่มมาตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อนพระราม ๖ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งในครั้งนั้นเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในระดับหนึ่ง เนื่องจากการพัฒนาและการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมมีไม่มากนัก แต่ในเวลาต่อมาเมื่อจำนวนประชาชนเพิ่มมากขึ้น มีการขยายพื้นที่เกษตรกรรมและการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อย่างกว้างขวางเป็นผลทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำนำน้ำมาใช้โดยไม่ประหยัด ประกอบกับในช่วงฤดูน้ำหลาก บริเวณลุ่มน้ำป่าสักและบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมักจะประสบปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้ง และบางปีได้รับความเสียหายรุนแรง ดังเช่นปี ๒๕๓๘ ทำให้รัฐบาลหันมาให้ความสนใจในการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน

 

ลุ่มน้ำป่าสัก เป็นลุ่มน้ำขนาดกลางและเป็นสาขาสำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ ๑๔,๕๒๐ ตารางกิโลเมตร และมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ ๒,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เนื่องจากลักษณะลุ่มน้ำแห่งนี้มีความลาดชันสูงจึงมีผลทำให้ในฤดูฝน กระแสน้ำไหลหลากจากด้านบนลงมาอย่างรวดเร็วบ่าล้นตลิ่ง ท่วม และทำความเสียหายให้กับเรือกสวนไร่นา ตลอดจนบ้านเรือนและทรัพย์สินของราษฎร เป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบถึงพื้นที่ในบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย ในทางกลับกัน ในฤดูแล้งมักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตร แม้จะได้รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาช่วยเสริมแต่ก็ยังไม่เพียงพอ

 

งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

 

ความแห้งแล้งเพราะขาดแคลนน้ำและอุทักภัย เกิดขึ้นเกือบเป็นประจำทุกปี ในตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทบกระเทือนฐานะความมั่นคงทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนต่าง ๆ ที่นับวันจะหนาแน่นยิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงราบด้วยพระเนตรพระกรรณ ด้วยทรงห่วงใยยิ่ง ได้พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสม เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำป่าสัก โดยได้ดำเนินการศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้างเขื่อน แนวทางแก้ไข และเลือกจุดที่เหมาะสมที่จะก่อสร้างเขื่อน โดยได้เลือกจุดที่จะก่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักไว้ ๓ แห่งประกอบด้วย แห่งที่ ๑ อยู่ที่ตำบลท่าคล้อ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี แห่งที่ ๒ อยู่ที่ตำบลมะนาวหวาน อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี แห่งที่ ๓ อยู่ที่ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี อย่างจริงจังและเร่งด่วน ผลจาการศึกษา ปรากฏว่าเขื่อนแห่งที่ ๓ ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุด มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการก่อสร้าง โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๓๗ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒

 

งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค เป็นงานจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก และชุมชนที่ขาดแคลนน้ำ โดยโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ช่วยพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการทรัพยากรน้ำ เสริมน้ำชลประทานให้กับพื้นที่โครงการชลประทานเดิมในบริเวณทุ่งเจ้าพระยาตะวันออกตอนล่าง ประมาณ ๒,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับพื้นที่ชลประทานที่จะเปิดใหม่ ในเขตจังหวัดลพบุรีและสระบุรี คิดเป็นพื้นที่ ๑๔๔,๕๐๐ ไร่ เป็นงานก่อสร้างระบบชลประทาน ดำเนินการในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ - ๒๕๔๘ รวม ๖ ปี

 

งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค

 

การอุปโภคบริโภคและการอุตสาหกรรม มีความต้องการใช้น้ำในปริมาณที่มาก รองลงไปจากการเกษตร การเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้วระบายลงมาในลำน้ำป่าสัก โดยการจัดสรรน้ำให้มีน้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี จะช่วยให้ประชาชนสองฝั่งลำน้ำป่าสักในเขตอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย และอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี มีน้ำใช้สำหรับอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งการผลิตน้ำประปาของอำเภอเมืองสระบุรี และชุมชนใกล้เคียง ตลอดจนกรุงเทพมหานครและประมณฑล ด้วยเหตุนี้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำกินน้ำใช้ สำหรับคนในเมืองจึงไม่ใช่เรื่องที่จะน่าวิตกอีกต่อไป นอกจากนี้นักธุรกิจและนักลงทุนจำนวนมากที่ได้เข้าไปขยายกิจการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรม ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคกลาง จะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะได้รับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ส่งมาเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแก่งคอย และอำเภอเมืองสระบุรี อันจะทำให้การส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้ที่ได้มีการดำเนินมาอย่างต่อเนื่องขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากสินค้าส่งออกในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย 

 

งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำลำธาร

 

นอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้รับข้างต้นแล้ว ลักษณะโครงการของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่พิเศษแตกต่างไปจากเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วไป คือ มีลักษณะทางกายภาพค่อนข้างแบนราบ พื้นที่ผิวน้ำกว้างใหญ่ ลึกโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๕-๑๗ เมตร มีความเหมาะสมกับการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และแหล่งประมงที่สำคัญแห่งใหม่ของประเทศ การสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังช่วยทำให้เพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณน้ำใต้ดินบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำและบริเวณท้ายน้ำมีระดับสูงขึ้น เป็นการฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศน์โดยรวม ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม การคมนาคมเข้าสู่โครงการสะดวกสบาย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีการจัดโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวรถไฟ และการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งจัดแสดงอารยธรรมและวัตถุโบราณที่ขุดค้นได้จากพื้นที่อ่างเก็บน้ำ

 

งานบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสีย งานระบายน้ำออกจากพื้นลุ่มน้ำ และงานแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ

 

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักฯ โดยการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นอกจากจะเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกของลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอย่างกว้างขวางแล้ว ยังสามารถช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำเสียให้กับกรุงเทพมหานครได้อีกส่วนหนึ่งด้วย เนื่องจากสามารถควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ไหลบ่าสู่พื้นที่ตอนล่าง และการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังช่วยเหลือเจือจางน้ำเนาเสีย เป็นการรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำป่าสักตลอดปี อีกทั้งยังนำมาใช้ในการไล่น้ำเค็มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอีกด้วย

 

นอกจากนี้ สภาพภูมิประเทศของพื้นที่ภาคกลางประกอบด้วยแม่น้ำลำคลองหลายสาย การสัญจรทางน้ำเป็นการคมนาคมและขนส่งสินค้าเกษตรอีกทางหนึ่ง แต่เดิมการขนส่งสินค้าทางเรือในแม่น้ำป่าสักสามารถดำเนินการได้เฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ในฤดูแล้งปริมาณน้ำในแม่น้ำจะลดลงและบางช่วงมีตะกอนทับถมสูง ร่องน้ำตื้นเขิน ปัจจุบันเมื่อมีการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้สามารถระบายน้ำจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำ เพื่อเพิ่มระดับน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะทำให้การเดินเรือสะดวกตลอดทั้งปีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วงประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางบกได้มาก

 

การพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก โดยการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นวิธีการจัดการทรัพยากรน้ำแนวทางหนึ่ง โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีปริมาณน้ำจำนวนมากที่จะนำไปใช้ได้อย่างพอเพียงกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ประโยชน์นานัปการจากการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กล่าวคือ ด้วยปริมาณน้ำที่เก็บกักได้จะสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตร อุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมได้อย่างครบถ้วน รวมไปถึงการเกิดแหล่งประมง และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ ตลอดจนเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนั้นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังช่วยลดความรุนแรงอันเกิดจากอุทกภัยในลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้งยังเอื้อประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำจะชุ่มชื้นไปด้วยน้ำและดินที่มีคุณภาพ ป่าไม้ที่สมบูรณ์และสัตว์นานาชนิด ในด้านสังคม จะเกิดชุมชนท้องถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ผู้คนที่อาศัยอยู่ต่างมีความสุข สร้างหลักปักฐานมั่นคงไม่ต้องเร่ร่อนไปแสวงหาที่ทำกินใหม่ เป็นการช่วยลดปัญหาสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างดีที่สุด

 

ที่มา: http://www.ku.ac.th/e-magazine/jun49/agri/water.htm