8.ตำรวจ

 " ตำรวจ"

ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทยยาวนานกว่าร้อยปี (ตามที่มีหลักฐานปรากฏ) ผ่านการแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถรับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนชาวไทยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง สมเป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" อย่างแท้จริง ทั้งนี้ จากอดีตถึงปัจจุบัน "ตำรวจ" จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาจากองค์พระมหากษัตริย์ไทยเสมอมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงพระมหากษัตริย์พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอรำลึกถึงพระเกียรติคุณแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงมีต่อข้าราชการตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และเพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ไทย

 

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์ผู้วางรากฐาน "ตำรวจไทย"

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของพระเจ้าอู่ทอง ได้มีการจัดระบบการปกครองแบบจตุสดมภ์ พร้อมทั้งทรงตั้งตำแหน่งเสนาบดี 4 ตำแหน่ง คือ
1.ขุนเวียง มีหน้าที่ปกครองท้องที่ ดูแลราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข และปราบปรามโจรผู้ร้าย
2.ขุนวัง มีหน้าที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยภายในวัง และพิพากษาราษฎร
3.ขุนคลัง มีหน้าที่เก็บเงินและรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน
4.ขุนนา มีหน้าที่ดูแลไร่นาและเก็บรักษาเสบียงอาหารของพระนคร
ต่อมา ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้ทรงจัดระเบียบการปกครองใหม่ โดยทรงแยกทหารและพลเรือนออกจากกัน ฝ่ายทหาร มีสมุหกลาโหมเป็นหัวหน้า ฝ่ายพลเรือน มีสมุหนายกเป็นหัวหน้า และทรงเปลี่ยนชื่อการปกครองแบบจตุสดมภ์เสียใหม่ คือ

- เวียง เรียกว่า พระนครบาล

- วัง เรียกว่าพระธรรมมาธิกรณ์

- คลัง เรียกว่า พระโกษาธิบดี

- นา เรียกว่า พระเกษตราธิการ

ทั้งนี้ได้ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้า ให้มีกิจการตำรวจขึ้น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของกรมเวียงและในปี พ.ศ.1998 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราศักดินาของขุนนางฝ่ายตำรวจไว้เช่นเดียวกับขุนนางฝ่ายอื่นๆ โดยมีกล่าวไว้เป็นหลักฐานในบทพระอัยการระบุตำแหน่งนาพลเรือน ดังนี้

หลวงวาสุเทพ

เจ้ากรมมหาดไทยตำรวจภูธร

ศักดินา

1000

ขุนพิศนุแสน

ปลัดขวา

ศักดินา

600

ขุนเพชรอินทรา

ปลัดซ้าย

ศักดินา

600

หลวงเพชรฉลูเทพ

เจ้ากรมมหาดไทยตำรวจพระนครบาล

ศักดินา

1000

ขุนมหาพิชัย

ปลัดขวา

ศักดินา

600

ขุนแผลงสท้าน

ปลัดซ้าย

ศักดินา

600

หลวงอินทราบดีศรีราช

รองเมืองเจ้ากรมกองตระเวรขวา

ศักดินา

1000

ขุนเทพฉลู

เจ้ากรมกองตระเวนซ้าย

ศักดินา

1000

หลวงพิเรณเทพบดีศรี

สมุหะเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ขวา

ศักดินา

2000

พระอินณเทพบดีศรี

สมุหะเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้าย

ศักดินา

2000

พระอนุชิตราชา

จางวางกรมตำรวจขวา

ศักดินา

3000

พระยาอภัยรณฤทธิ์

จางวางกรมตำรวจซ้าย

ศักดินา

3000

จากบทพระอัยการดังกล่าวข้างต้น เป็นหลักฐานยืนยันว่า "ตำรวจ"ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วบนแผ่นดินสยาม ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นอกจากนี้ ยังมีเอกสารทางราชการสำคัญอีกหลายฉบับที่แสดงว่า บุคคลที่จะเข้ารับราชการตำรวจได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่มีชาติตระกูลสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่ประกอบคุณงามความดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเป็นบุคคลที่พระมหากษัตริย์ทรงไว้วางพระราชฤทัย การบังคับบัญชาตำรวจในสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงอยู่ภายใต้พะมหากษัตริย์โดยตรง

 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

พระผู้พระราชทานกำเนิด"ตำรวจสมัยใหม่" ประมาณปีพุทธศักราช2400-2405 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชปรารภว่า บ้านเมืองมักมีเหตุการณ์ โจรผู้ร้ายก่อกวนความสงบสุขของราษฎรอยู่เนืองๆ ลำพังข้าหลวงกองจับ ซึ่งเป็นข้าราชการขึ้นกรมเมือง หรือนครบาลมิอาจสามารถระงับเหตุการณ์และปราบปรามโจรผู้ร้ายให้สงบราบคาบได้ จึงมีพระราชดำริที่จะจัดตั้งกองตำรวจเช่นเดียวกับต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ และอินเดียและได้ทรงแต่งตั้งให้ กัปตันแซมมวล โจเซฟ เบิร์ด เอมส์ (Capt. S. j. Bird Ames) ชาวอังกฤษ มาเป็นผู้วางโครงการจัดตั้งกองตำรวจขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เรียกว่า "กองโปลิส"โดยจ้างชาวมลายูและชาวอินเดียเข้ามาเป็นพลตำรวจเรียกว่า"คอนสเตเบิ้ล มีหน้าที่รักษาการณ์ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน ขึ้นอยู่กับกรมพระนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในความเป็นปึกแผ่นของกิจการตำรวจสมัยต่อมา และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่4 ที่ทรงปรับปรุงกิจการตำรวจให้ทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศตะวันตก และเป็นรากฐานกิจการตำรวจในปัจจุบัน กรมตำรวจจึงได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประดิษฐานบริเวรหน้าอาคาร 1 กรมตำรวจ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปได้แสดงความเคารพสักการะ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปในวันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2531

 

พระปิยมหาราช มหากษัตริย์ผู้สร้าง"ความเป็นปึกแผ่นแก่กิจการตำรวจ"
ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ ต่อจากพระราชบิดา พระองค์ได้ทรงพัฒนากิจการตำรวจในด้านต่างๆ มากมายหลายด้าน ได้แก่

พ.ศ.2412 - โปรดเกล้าฯ ให้ขยายกองโปลิส พร้อมทั้งว่าจ้างชาวต่างชาติมารับราชการเพิ่ม พ.ศ.2414- พระราชทานบรรดาศักดิ์กัปตันเอมส์เป็น หลวงรัฐยาธิบาลบัญชา พ.ศ.2418- โปรดเกล้าฯ ให้ตรา "กฎหมายโปลิสรักษาพระนคร 53 ข้อ"ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมในหน้าที่ของโปลิสจะพึงปฏิบัติและข้อบังคับการรับสมัครบุคคลเข้าเป็นโปลิสหรือตำรวจ โดยกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับภายในและภายนอกพระนคร - ทรงจัดตั้ง "ตำรวจภูธร ขึ้นในรูป "ทหารโปลิส" เพื่อเป็นกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนภูมิภาคและให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ด้วย แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น "กรมกองตระเวนหัวเมือง" พ.ศ.2435- ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เป็น "เสนาบดีว่าการกระทรวงมหาดไทย" และพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ เป็น "เสนาบดีว่าการกระทรวงพระนครบาล" พ.ศ.2440- โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมตำรวจภูธร" ขึ้นแทน" กรมกองตระเวนหัวเมือง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ร.อ.ยี.เชา. (G.Schau) หรือหลวงศัลวิธานนิเทศน์ ชาวเดนมาร์ค มาเป็นเจ้ากรมกองตระเวนหัวเมือง

ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "นายพลตรีพระยาวาสุเทพ"และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจภูธรคนแรก หลังจากได้มีการจัดตั้งกรมตำรวจภูธรแล้ว นายพลตรีพระยาวาสุเทพ ได้จัดตั้งกองตำรวจภูธรตามมณฑลต่างๆ ขึ้นหลายแห่งเพื่อป้องกันปราบปรามโจรผู้ร้าย และอำนวยความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ได้อย่างทั่วถึงทำให้เกิดการขาดแคลนนายตำรวจที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ พระยาวาสุเทพ เจ้ากรมตำรวจภูธรจึงรายงานชี้แจงความเห็นและขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อจัดตั้งโรงเรียนสำหรับผลิตนายตำรวจขึ้นเอง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพเสนาบดีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาและเห็นความจำเป็น จึงได้กราบบังคมทูลพะบรมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ต่อมาพระบรมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตามความกราบบังคมทูลขอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ร.ศ. 121 ( พ.ศ.2445 ) ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่เหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจ