โครงการด้านการจราจร เกี่ยวกับการขยายถนนคอขวดจุดต่างๆ


         สภาพการจราจรในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศได้ก่อให้เกิดปัญหามลพิษ ทางอากาศ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมทั้งมีผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตของครอบครัวแบบไทย โดยมีสาเหตุสำคัญจากปริมาณรถยนต์ที่ เพิ่มขึ้น ขาดระบบขนส่งมวลชนที่ดี ขาดระบบโครงข่าย 
คมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ขาดวินัย และการไม่เคารพกฎจราจร
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจความทุกข์ของราษฎรอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มีโครงการแก้ไขปัญหาจราจร ตามแนวพระราชดำริขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรอย่างต่อเนื่องตลอดมา
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๒๓ ล้านบาท แก่กรมตำรวจ ในสมัยนั้น 
ให้จัดหารถนำขบวนให้แก่ประชาชน เพื่อแก้ปัญหาจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน
         นอกจากนี้ ตำรวจจราจรในโครงการพระราชดำรินี้ ต้องผ่านการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือ มีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ก่อนถึงโรงพยาบาลด้วย
         โดยโครงการจราจรพระราชดำริ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ พบว่า ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น มักมีผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ หรือหญิงใกล้คลอด ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล แต่มักพบกับปัญหารถติดขัดอย่างหนัก ทำให้บางครั้งต้องเกิดความสูญเสีย เนื่องจากส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ทันนับตั้งแต่มีโครงการเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจโครงการพระราชดำริ ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในกรณีต่าง ๆ ทั้งทำคลอด และช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จนสามารถลดอัตราการสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ที่ผ่านมา “ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ” ได้ปฏิบัติหน้าที่และทำการช่วยเหลือ ทั้งทำคลอดและนำหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาลกว่า ๖๐ ราย นำผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกว่า ๑๐๐ ราย รวมถึงการช่วยเหลือเกี่ยวกับรถยนต์อีกเกือบ ๓๐๐ ครั้ง กลายเป็นภาพประทับใจแก่ผู้พบเห็น
         พร้อมกันนี้ ส.ต.อ.มานะ จอกโคกสูง และ ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ กันทะเจ้า ผบ.หมู่งานปฏิบัติการจราจรตามโครงการพระราชดำริ ๑ กก.๖ บก.จร. เล่าถึงประสบการณ์ในการทำคลอดครั้งแรก ว่ารู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้ มือสั่น ทำอะไรไม่ถูก เครื่องมืออุปกรณ์ที่อยู่ภายในกล่องก็ไม่รู้จะใช้อะไรดี หยิบจับไม่ถูกเลย เพราะครั้งแรกที่เข้ามารับผิดชอบในหน้าที่ดังกล่าวไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาทำคลอดฉุกเฉิน คิดเพียงว่ามีหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรเท่านั้น
         ทางด้าน ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ พูดเสริมว่า โชคดีที่เมื่อครั้งที่มาสังกัดโครงการฯ มีการอบรมโดยกองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมกับสภากาชาดไทย ประมาณ ๒๕๔๐ อบรมเบื้องต้นด้านการปฐมพยาบาล การดูแลรักษาผู้ป่วยหมดสติ การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินต่อมามี รพ.ราชวิถี รพ.ตำรวจ รพ.กรุงเทพ สนับสนุนการอบรมเพิ่มทักษะให้กับจราจรโครงการพระราชดำริ โดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในโครงการพระราชดำริ ทุกคนจะได้รับการอบรมเบื้องต้นทั้งหมด และในรถจักรยานยนต์ รวมถึงรถยนต์ที่ใช้แต่ละคันจะมีกล่องพยาบาลเบื้องต้น เช่น ผ้าก๊อซ สำลี แอมโมเนีย แอลกอฮอล์ นำเกลือสำหรับล้างแผล ลูกยางอเนกประสงค์เพื่อดูดน้ำคร่ำจากทารก และแคลมป์หนีบรกเด็กก่อนที่จะส่งถึงมือหมอ
         ตำรวจทั้ง๒ นายยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาทุกครั้งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่จะมีความประทับใจแตกต่างกัน เพราะมีความตื่นเต้นกันคนละแบบ ซึ่ง ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ พูดถึงอุปสรรคที่มักพบว่า ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนที่ไม่เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมีอยู่มาก มักคิดไปเองว่าเมื่อตำรวจเปิดไซเลนขอทางก็คิดว่าเป็นตำรวจแล้วเบ่งจะขอทาง บางคันก็ไม่ให้ทาง ในส่วนนี้อยากฝากบอกว่าหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในโครงการพระราชดำริ มีสัญลักษณ์ที่สามารถสังเกตได้คือ ที่กระจกด้านหน้ารถจักรยานยนต์จะมีอักษรเขียนไว้ชัดเจน หมวกที่สวมจะต่างจากจราจรทั่วไปคือเป็น สีน้ำเงิน ปลอกแขนสีขาวขลิบน้ำเงิน จึงอยากวอนขอความร่วมมือจากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่หากพบช่วยให้ทางเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสะดวก แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ได้กำลังใจจากประชาชนที่มามุงดูทุกครั้ง มักจะปรบมือให้กำลังใจ เมื่อภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นอกจากนี้ยังมีไปรษณียบัตรขอบคุณและให้กำลังใจจากแม่ของเด็กที่ช่วยทำคลอดมาอย่างสม่ำเสมอด้วย “ในส่วนของเบี้ยเลี้ยง แม้ไม่มีเปอร์เซ็นต์จากใบสั่ง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจโครงการพระราชดำริ จะไม่มีการออกใบสั่ง ได้เพียงเบี้ยเลี้ยงจากโครงการพระราชทาน แม้จะน้อยแต่ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจ เพราะได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหากรู้จักใช้ ไม่ฟุ่มเฟือยก็เพียงพอสำหรับการใช้จ่าย”
         ส.ต.อ.มานะ กล่าวอย่างภูมิใจโครงการจราจรพระราชดำริ นับเป็นความโชคดี ของคนไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทุกข์สุข ของประชาชน แทบทุกด้าน และแนวทางของพระองค์ทรงได้แก้ไขปัญหาสำคัญ ให้คนเมืองหลวง จนสามารถคลี่คลายลงได้ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ประชาชนไม่มีวันรู้ลืม
 



ที่มา : http://www.stuworkshop.net/wp23/parasdamri/wed/eng