โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ ฯ



 
 
 
ประวัติความเป็นมา
 
 
ในระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยขาดการจัดการที่เหมาะสม จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยได้ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว และมีความพยายามที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ดำรงอยู่ในสภาพที่ดี ลดสภาพเสื่อมโทรม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นเวลานาน และเป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไปอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของระบบนิเวศวิทยาทางทะเล คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ มิ.ย. ๒๕๓๔ ให้กองทัพเรือ กรมป่าไม้ กรมประมง ดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน การป้องกันการทำลายปะการัง และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากร และสภาพแวดล้อมในทะเล
 
 
กองทัพเรือ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยกองทัพเรือได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นรับผิดชอบเรียกว่า คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งกองทัพเรือ ประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในทะเล คณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชายฝั่ง คณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเล ศูนย์อนุรักษ์สภาพแวดล้อมในแม่น้ำเจ้าพระยา และคณะกรรมการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ ๓๖ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ปีที่ ๕๐ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และรัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดให้มีโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ จึงเป็นโอกาสดีที่จะเร่งรัดและเพิ่มระดับการปฏิบัติในการอนุรักษ์ ฯ ให้ปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรมไปพร้อม ๆ กับการประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาคเอกชนและประชาชนร่วมมือในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม เพราะประชาชนชาวไทยต่างมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โครงการนี้ กองทัพเรือได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยบูรพา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ และองค์กรเอกชนอื่น ๆ ที่ดำเนินการด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และแบ่งการดำเนินการออกเป็น ๕ งานดังนี้ 
 
๑. การเก็บสิ่งปฏิกูลใต้น้ำและชายฝั่งทะเล 
๒. การปลูกปะการัง 
๓. การเพาะเลี้ยงเต่าทะเล
๔. การเพาะเลี้ยงหอยนมสาว 
๕. การประชาสัมพันธ์ 
 
 
หน่วยงานรับผิดชอบ 
 
๑. หน่วยงานเจ้าของโครงการ กองทัพเรือ 
๒. หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และองค์กรเอกชนอื่น ๆ ที่ดำเนินงานด้านอนุรักษ์สภาพแวดล้อม 
 
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 
 
๑. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปีที่ ๕๐ 
 
๒. เพื่อลดการทำลายสภาพแวดล้อมทางทะเล และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ถูกทำลายให้กลับมีสภาพดีขึ้น และเป็นมรดกของชาติสืบไป 
 
๓. เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญ และตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรและสภาพแวดล้อมในทะเล 
 
๔. เพื่อเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยและผลผลิตของสัตว์ทะเล
 
ลักษณะของโครงการ
 
เป็นงานฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล เพื่อดำเนินงานอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเล เสริมการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฯ ที่กองทัพเรือดำเนินการอยู่แล้ว ให้ปรากฏผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่รวดเร็ว มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุให้สัมฤทธิ์ผลในระดับหนึ่ง ภายใน พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ ๕๐

ระยะเวลาดำเนินการ 
 
เริ่มต้น ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ 
 
สิ้นสุด ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ 

การดำเนินการ แบ่งการดำเนินการเป็น ๕ งานดังนี้ 
 
 
 
 
๑. การเก็บสิ่งปฏิกูลใต้น้ำและชายฝั่งทะเล บริเวณ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสงขลา จังหวัดพังงา 
 
๒. เชิญชวนและขอความร่วมมือจากประชาชน ส่วนราชการต่าง ๆ สถานศึกษา และหน่วยงานภาคเอกชน ทำความสะอาดและเก็บสิ่งปฏิกูลชายฝั่งทะเลบริเวณจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราด จังหวัดสงขลา จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล และมีการทิ้งสิ่งปฏิกูลทำให้เกิดความสกปรกและเกิดสภาพเสื่อมโทรมขึ้น โดยขอบเขตที่จะดำเนินการจะกำหนดตามลักษณะของสถานที่นั้น ๆ 
 
๓. เชิญชวนและขอความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ชมรมดำน้ำ ทำความสะอาดเก็บสิ่งปฏิกูลใต้น้ำ เก็บซากอวน บริเวณเกาะคราม และบริเวณเกาะแสมสาร 
 
๔. ห้วงเวลาดำเนินการ จะพิจารณาตามความเหมาะสม ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาของโครงการฯ โดยเน้นหนักในห้วงระยะเวลาที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก 
 
๕. การปลูกปะการัง 
 
๖. ขอความร่วมมือจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ในการสำรวจ วางแผนปลูกปะการัง เพื่อฟื้นฟูแนวปะการัง
 
๗. พื้นที่เป้าหมายในเบื้องต้น จะดำเนินการที่เกาะต่าง ๆ บริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ตารางเมตร และจะขยายการดำเนินการไปยังเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของประภาคารที่กองทัพเรือรับผิดชอบ และบริเวณใกล้เคียงที่ตั้งหน่วยของกองทัพเรือ 
 
๘. การเพาะเลี้ยงเต่าทะเล
 
๙. เพาะฟัก และเพาะเลี้ยงเต่าทะเลและกระทะเลให้ได้จำนวนทั้งสิ้น ๕๐,๙๓๙ ตัว ในพื้นที่ ๓ แห่ง คือ เกาะคราม สถานีสมุทรศาสตร์ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
 
๑๐. การดำเนินการปล่อยเต่าทะเลและกระทะเลตามระยะเวลาและพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชน ร่วมในกิจกรรมดังกล่าวด้วย 
 
๑๑. การเพาะเลี้ยงหอยนมสาว เพาะเลี้ยงหอยนมสาวที่สถานีสมุทรศาสตร์ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แล้วนำไปปล่อยสู่แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติบริเวณเกาะต่าง ๆ บริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และเกาะที่เป็นที่ตั้งประภาคาร ที่กองทัพเรือรับผิดชอบ และบริเวณใกล้เคียงที่ตั้งหน่วยของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพเรือดูแลได้ และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของลูกหอย โดยจะปล่อยลูกหอยให้ได้จำนวนทั้งสิ้น ๓๕๐,๙๓๙ ตัว 
 
๑๒. การประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือจะเป็นหน่วยหลักในการประชาสัมพันธ์ 
 
๑๓. จัดทำสารคดีเกี่ยวกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเลในงานดังกล่าวตามความเหมาะสม แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ โดยขอความร่วมมือเชิญชวนหน่วยงานภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจในด้านการจัดทำสารคดีร่วมดำเนินการด้วย 
 
๑๔. จัดทำสปอตเผยแพร่ทางวิทยุโทรทัศน์ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมทางทะเล 
 
๑๕. จัดการแถลงข่าวโครงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ โดยเรียนเชิญผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ให้การสนับสนุน จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมในการแถลงข่าวด้วย 
 
๑๖. เชิญสื่อมวลชน และผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องไปเยี่ยมชม และทำข่าวการดำเนินงานตามโครงการในงานต่าง ๆ ทั้ง ๔ งาน ดังกล่าวแล้ว 
 
งบประมาณดำเนินการ
 
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน ๙,๘๑๒,๕๐๐ บาท โดยกองทัพเรือจะดำเนินการจัดหา และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป
 
พื้นที่ดำเนินการ
 
ในทะเลและชายฝั่งบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามัน
 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 
 
๑. เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ ๕๐ 
 
๒. สามารถเพิ่มระดับของการดำเนินการอนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในทะเลให้สูงขึ้น จากที่กองทัพเรือดำเนินการอยู่เดิม จนสามารถเห็นผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้ภายใน ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
 
๓. สภาพแวดล้อมทางทะเลถูกทำลายลดน้อยลง และส่วนที่เสื่อมโทรมได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพดีขึ้น 
 
๔. ผู้เข้าร่วมโครงการและประชาชน จะตระหนักถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อมในทะเล และมีจิตสำนึกที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติในทะเล 

๕. สามารถเพิ่มผลผลิตทรัพยากรทางทะเลได้ระดับหนึ่ง 

 

 

ที่มา: http://www.prdnorth.in.th/The_King/conservesea.php